TDRI | รัฐบาลไทยอยู่ตรงไหนในมิติใหม่แห่งการศึกษา

บทความโดย อุษณีย์ ศรีจันทร์ และ กันต์ ธีระพงษ์ นักวิจัยทีมวิเคราะห์ตลาดแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย 
บทความตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 24 ธันวาคม 2564 โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

กรณีการยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา: ข้อดี ข้อจำกัด และความเป็นไปได้

มิติใหม่ทางการศึกษาของประเทศไทยจากการระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) มีมติให้ยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาของนิสิต/นักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก จากที่เคยมีกำหนดระยะเวลาสำเร็จการศึกษา 8 ปี 5 ปี และ 6 ปี ตามลำดับ นโยบายนี้นับได้ว่าเป็นนวัตกรรมเชิงนโยบายทั้งในประเทศไทยและในระดับโลก ซึ่งนับว่าเป็นวาระทางการศึกษาที่กำหนดออกมาจากผลกระทบของ COVID-19 ที่กระทบต่อภาคการศึกษาไทยในหลายมิติตั้งแต่ต้น พ.ศ.2563  

สำหรับนิสิต/นักศึกษา วาระดังกล่าว คือการเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long learning) และการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนและทำงานไปในเวลาเดียวกันจากการสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) แต่การปลดล็อคกฎเกณฑ์ดังกล่าวนอกจากจะมีข้อดีแล้ว ยังมีข้อจำกัดที่ต้องคลายล็อคไปพร้อม ๆ กันเพื่อให้นโยบายมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ

Life-long learning สำหรับการเรียนรู้และพัฒนาทักษะตลอดชีวิต

ข้อดีประการแรกของการยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา คือการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามแผนอุดมศึกษาระยะยาว 20 ปี พ.ศ.2561 – 2580 แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (Big rock) ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา 

การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long learning) เป็นทักษะการเรียนรู้ที่ไม่ได้ยึดติดอยู่ในกรอบการเรียนรู้ในรั้วของสถาบันการศึกษา ทำให้ผู้เรียนต้องพัฒนาตนเองตลอดเวลาตามบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่ง UNESCO International Bureau of Education (UNESCO-IBE, 2016) ได้ให้นิยามว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิตหมายถึงกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดชีวิตของบุคคลซึ่งนำไปสู่การยกระดับความรู้ (Knowledge) ความเข้าใจในวิธีการ (Know-how) สมรรถนะ (Competences) และ/หรือคุณสมบัติเฉพาะบุคคล (Qualifications) บนพื้นฐานของเหตุผลส่วนบุคคล สังคม และ/หรือวงการวิชาชีพ

World Economic Forum (2020) ได้รายงานสถานการณ์ตลาดแรงงานของโลกว่าภายใน ค.ศ.2022 แรงงานต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทักษะที่เรียนรู้จากการทำงานและชุดทักษะใหม่ ผนวกกับสถานการณ์ปัจจุบันดิจิทัลเทคโนโลยีเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเรียนรู้ตั้งแต่วัยเรียนจนถึงวัยทำงานมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดคำถามว่าการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วกระตุ้นการเกิดความล้าหลังของทักษะแรงงาน(Skill obsolescence) และส่งผลให้แรงงานออกจากตลาดแรงงานเร็วขึ้นหรือไม่ ซึ่งการศึกษาของ Jim Allen & Andries de Grip (2007) เป็นบทพิสูจน์หนึ่งว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long learning) สามารถลดการสูญเสียการจ้างงานและความล้าหลังของทักษะได้อย่างมีนัยสำคัญจากการที่แรงงานสามารถเข้าถึงการฝึกอบรมทักษะ และคอร์สเรียนระยะสั้นได้บ่อยขึ้น 

รูปแบบการเรียนรู้ในปัจจุบันผู้เรียนสามารถเลือกเรียนสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ได้โดยง่ายผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต สามารถเลือกได้ทั้งเวลาและสถานที่เรียน เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้น

โดยผู้เรียนสามารถจัดการการเรียนของตนเองได้ตลอดเวลาผ่านช่องทางการเรียนรู้ยอดนิยมต่าง ๆ เช่น Podcast Youtube และ Skillane  จากการศึกษาของ Leong, Sung, Au, and Blanchard (2020) พบว่าแนวโน้มการค้นหาการเรียนออนไลน์แบบ Micro-learning มีความถี่ในการค้นหาเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ ค.ศ.2006 – 2019 ส่วนทางกับการค้นหาคำว่า Learning ที่มีแนวโน้มลดลง (รูปที่ 1)  

Micro-Learning เป็นคอร์สการเรียนรู้ระยะสั้นที่มีบทบาทในการช่วยพัฒนาความรู้และทักษะเฉพาะทาง ซึ่งมีความแตกต่างจาก E-Learning และ Learning ที่เป็นการเรียนรู้ในภาพรวมหรือเป็นการเรียนรู้เนื้อหาทั้งคอร์สซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการเรียนมากกว่า

ประเทศไทยได้มีการประยุกต์ใช้ Micro-learning และ E-learning เพิ่มเติมจากการเรียนในระบบประมาณ 8 ปีมาแล้ว ซึ่งรูปแบบการเรียนรู้แบบ Micro-learning และ E-learning ที่โดดเด่นของประเทศไทย ได้แก่ MOOCs (Massive Open Online Course) ซึ่งถือกำเนิดและได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ เนื่องจากเป็นการเรียนรู้ทางออนไลน์ที่สามารถรองรับผู้เรียนได้ทุกช่วงวัยและไม่จำกัดการศึกษา บรรยายโดยอาจารย์เจ้าของวิชาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกและระดับประเทศ มีแบบฝึกหัดหลังบทเรียนบางแพลตฟอร์มและมีกระดานสนทนา (Forum) ให้ผู้เรียนได้เข้าไปแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้สอนหรือผู้เรียนด้วยกันเองได้

แตกต่างจากรูปแบบการเรียนแบบเดิม เช่น E-learning ที่จำกัดการเรียนสำหรับผู้เรียนเฉพาะกลุ่มเรียนในสถาบันการศึกษานั้น ๆ โดยสถาบันการศึกษาของไทยที่นำ MOOCs มาใช้ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula MOOC) มหาวิทยาลัยมหิดล (MUx) รวมถึงมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทยซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่ประสานงานกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในการจัดทำหลักสูตรร่วมกัน (Thai MOOC) เพื่อเชื่อมโยงโลกแห่งการศึกษาและโลกแห่งการทำงาน

รูปที่ 1  แนวโน้มการค้นหา Micro-learning, E-learning, Learning โดยใช้ Search volume index

ที่มา: Leong, Sung, Au, and Blanchard (2020)
หมายเหตุ: Search volume index คือ ดัชนีที่แสดงการค้นหาคำโดยวัดความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการค้นหาและเวลา (>100 = มีความนิยม)

ข้อดีประการที่สองของการยกเลิกระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาคือการส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการทำงาน และเชื่อมโยงโลกแห่งการศึกษาและโลกแห่งการทำงานเข้าด้วยกัน เช่นรูปแบบการเรียนแบบ WIL (Worked-integrated Learning) และ Credit Bank ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของประเทศไทยที่ต้องเร่งพัฒนาผลิตภาพแรงงานและแก้ปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างความรู้และทักษะที่แรงงานมีและความรู้และทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ (Bonnie, D., & Campbell, M., 2020)

ก่อนการระบาดของ COVID-19 ภาคการศึกษาไทยมีการปรับตัวจากโมเดลทางการศึกษาใหม่ ๆ เพื่อจุดประสงค์ของการเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้เรียนและแก้ไขปัญหาการผลิตบัณฑิตให้มีทักษะสอดคล้องกับตลาดแรงงานมากยิ่งขึ้น จากแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (Big rock) หนึ่งในโมเดลทางการศึกษาที่ประเทศไทยนำมาใช้ คือ Credit Bank สิ่งสำคัญของ Credit Bank คือ การลดบทบาทของระยะเวลาในการเรียน และการพัฒนาทักษะแรงงาน ซึ่งเป็นแผนการพัฒนากำลังแรงงานที่สำคัญในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นการเรียนรู้แบบ On the job training และ Coaching ของผู้เรียนสายอาชีวศึกษาไปจนถึงระดับปริญญาตรีกลุ่ม STEM เป็นสำคัญ โดยเน้น Re-skill และ Up-skill

จากวิกฤตการณ์การระบาดของ COVID-19 ภาคการศึกษาทั่วโลกถูกเร่งด้วยปัจจัยกระตุ้นหลายด้าน นำไปสู่รูปแบบการเรียนรู้ออนไลน์และทางไกลมากยิ่งขึ้น ผนวกกับภาคการศึกษาไทยไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากการที่ผลิตบัณฑิตออกสู่ตลาดแรงงานและกำหนดรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 15,000 บาทได้ (เสาวรัจ, 2564) ถึงแม้จะมีความพยายามในการปรับเปลี่ยนโมเดลทางการศึกษาหลายรูปแบบแต่ยังมีข้อจำกัดของการประสบความสำเร็จในวงกว้าง ซึ่งโมเดลดังกล่าว คือ Worked-integrated Learning (WiL) ที่เป็นโมเดลทางการศึกษาที่ทำให้ผู้เรียนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นในระดับปริญญาตรีเท่ากับ 30,000 บาท ซึ่งมากกว่ารายได้เฉลี่ยของบัณฑิตจบใหม่ทั่วไปถึง 2 เท่า และคอร์สเรียนระยะสั้นส่งผลให้ผู้เรียนมีรายได้เฉลี่ยเท่ากับ 20,000 บาทต่อเดือน โดยสถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทยมีการใช้ WiL ในหลักสูตรการเรียนการสอนกว่าหนึ่งทศวรรษก่อนการระบาดของ COVID-19 เสียด้วยซ้ำ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการขยายการศึกษาแบบนี้ออกไปในวงกว้าง 

ค่าเทอมและสัดส่วนอาจารย์ต่อนิสิต/นักศึกษา ยังคงเป็นข้อจำกัดที่ต้องได้รับการคลายล็อค

ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นโมเดลทางการศึกษาของไทยมีการประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทักษะแรงงานและเพิ่มมูลค่าเพิ่มด้านรายได้แก่บัณฑิตในรั้วอุดมศึกษา แต่ผลตอบรับที่ผ่านมาดูเหมือนว่าภาคการศึกษาไทยยังมิได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม จนกระทั่งการระบาดของ COVID-19 หน่วยงานที่รับผิดชอบจึงมีมติให้ยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาของนิสิต/นักศึกษา ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  อย่างไรก็ตาม 

เงื่อนไขข้อกำหนดหนึ่งของการกำหนดระยะเวลาการศึกษาของนิสิต/นักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย คือ ค่าเทอมของบางมหาวิทยาลัยที่เป็นแบบเหมาจ่าย ซึ่งแสดงถึงรายได้ส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยมาจากค่าเทอมของนิสิต/นักศึกษา  อีกทั้ง เงื่อนไขของการรับนิสิต/นักศึกษาในการปกครองของอาจารย์ตามเกณฑ์มาตรฐานอุดมศึกษาและ/หรือเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพยังไม่มีมาตรการในการรองรับเรื่องนี้ หากไม่มีการกำหนดระยะเวลาในการสำเร็จการศึกษา และผู้เรียนยังไม่สำเร็จการศึกษา อาจารย์จะไม่มีโอกาสรับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนิสิต/นักศึกษารุ่นใหม่เพิ่มได้เลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับบัณฑิตศึกษา หากอาจารย์ได้รับนิสิต/นักศึกษาไว้ครบเต็มจำนวนที่กำหนดไว้ในเกณฑ์มาตรฐานอุดมศึกษาแล้ว

ผนวกกับนิสิต/นักศึกษาในสาย STEM Education ต้องทำการทดลองในห้องปฏิบัติการภายใต้การดูแลของอาจารย์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นการออกนโยบายดังกล่าวทำให้ภาระงานของอาจารย์เพิ่มขึ้นและนิสิต/นักศึกษาอาจมีปัญหาในการเข้าถึงการได้รับความดูแลจากอาจารย์ที่ตนเองสังกัด

จากการวิเคราะห์ความถี่ของคำที่ปรากฏในข่าวของกระทรวง อว. ซึ่งคณะผู้วิจัยนำมาวิเคราะห์ในรูป Word Cloud  พบว่า ผลตอบรับจากสังคมของมติดังกล่าวมีทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ประชาชนยังมีความกังวลในแง่ของค่าเทอมและค่ารักษาสถานภาพนิสิตที่ยังคงเป็นภาระสำคัญของนิสิต/นักศึกษา อีกทั้งกังวลเรื่องการหางานทำในอนาคตของบัณฑิตที่ยังไม่มีแนวทางหรือข้อปฏิบัติจากภาครัฐมารองรับ จึงมองว่าหากสำเร็จการศึกษามาแล้วยังไม่มีงานทำก็อาจไม่จำเป็นต้องรีบสำเร็จการศึกษาก็ได้ ดังรูปที่ 2

รูปที่ 2 ความถี่ของผลตอบรับทางสังคม

ที่มา: คณะผู้วิจัย

ผู้เรียนระดับอุดมศึกษาของไทยมี “ความอยากรู้” มากเพียงพอจะทำให้นโยบายเกิดผลกระทบเชิงบวกหรือไม่ ?

คำถามต่อมาที่สำคัญอย่างยิ่งในการพิจารณาความเป็นไปได้ในการเกิดผลกระทบเชิงบวกของนโยบายดังกล่าว คือแรงจูงใจของผู้เรียน จากการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long Learning) โดย DİNDAR, H., & BAYRAKCI, M. (2015) และ Sabrià-Bernadó, B., LLinàs-Audet, X., & Isus, S. (2017) ทางคณะผู้วิจัยเห็นว่าหากนำมาประยุกต์ใช้และปรับให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย สามารถจำแนกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ แรงจูงใจ (Motivations) ความขัดแย้ง/ความยากลำบาก (Conflicts/difficulties) และการพัฒนาวิชาชีพ (Career development) (ตารางที่ 1) ซึ่งพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ คือความอยากรู้ (Curiosity) และการเปิดกว้างสำหรับการเรียนรู้ (Openness to Learning)  คำถามสำคัญที่ตามมาจากนโยบายการยกเลิกกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาคือผู้เรียนในระดับอุดมศึกษาของไทยมี “ความอยากรู้” และโอกาสมากน้อยเพียงใดต่อ “การเปิดกว้างสำหรับการเรียนรู้” เมื่อหยุดเรียนไปแล้วหรือมีความยืดหยุ่นในการเรียนรู้มากขึ้นจะเพิ่ม/ลดโอกาสในการกลับมาศึกษาต่อของนิสิต/นักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างไร  

ตารางที่ 1  ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long learning)

ที่มา: DİNDAR, H., & BAYRAKCI, M. (2015) และ Sabrià-Bernadó, B., LLinàs-Audet, X., & Isus, S. (2017)

ข้อเสนอแนะ 

โดยภาพรวมจะเห็นได้ว่านโยบายการยกเลิกระยะเวลาสำเร็จการศึกษาจะสนับสนุนความพยายามของประเทศไทยในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีมาหลายทศวรรษได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเป็นการตอบสนองเป้าหมายการศึกษาตามที่ระบุไว้ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามแผนอุดมศึกษาระยะยาว 20 ปี พ.ศ.2561 – 2580 แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (Big rock) ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564  อย่างไรก็ตาม จากการทบทวนแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการวิเคราะห์เสียงตอบรับจากประชาชน คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้เพื่อให้นโยบายดังกล่าวมีความเป็นไปได้และส่งผลกระทบเชิงบวกต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น

  1. คลายข้อกำหนดเรื่องการจัดเก็บค่าเทอมหรือค่าธรรมเนียมการศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถรักษาสถานภาพนิสิต/นักศึกษาไว้ได้โดยไม่เป็นภาระมากจนเกินไป และในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาที่ต้องพึ่งพารายได้จากค่าเทอมก็จะมีแนวทางในการปฏิบัติที่ชัดเจน
  2. ทบทวนจำนวนนิสิต/นักศึกษาต่อความดูแลของอาจารย์ประจำหลักสูตร 1 ท่านตามเกณฑ์มาตรฐานอุดมศึกษา และเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง 
  3. รัฐควรสนับสนุนและขยายผลการพัฒนาระบบ MOOCs และ Micro-learning เพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา
  4. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่าง ๆ ควรคำนึงถึงปัจจัยสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long learning) ตามบริบทของประเทศไทยและผลักดันให้ผู้เรียนกลับมาเรียนจนสำเร็จการศึกษาหลังจากหยุดเรียนไปแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเปล่าในการลงทุนสนับสนุนการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั้งโดยรัฐและประชาชนเอง
  5. กระทรวง อว. ควรนำเสียงสะท้อนของสังคมมาประกอบการกำหนดนโยบายหรือมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้นโยบายการยกเลิกระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาปฏิบัติได้จริงและก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อภาคการศึกษา ตลาดแรงงาน และภาคส่วนทางสังคมอื่นที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยเรื่อง “นโยบายและมาตรการเพื่อรองรับและป้องกันผลกระทบของ COVID-19 ต่อแรงงานและการจ้างงาน” สนับสนุนโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)


อ้างอิง

เสาวรัจ รัตนคำฟู. (2564). TDRI Annual Public Virtual Conference 2021 “ความท้าทายและจินตนาการ แห่งโลกใหม่: โมเดลใหม่ในการพัฒนาประเทศหลังโควิด-19”. (Online). https://tdri.or.th/2021/10/tdri-annual-public-virtual-conference-2021/. 5 ธันวาคม 2564

Allen, J., & Grip, A. (2007). Skill Obsolescence, Lifelong Learning and Labor Market Participation. Research Centre for Education and the Labour Market.

Bonnie, D., & Campbell, M. (2020). Reshaping work-integrated learning in a post-COVID-19 world of work. International Journal of Work-Integrated Learning, 21(4), 355–364.

DİNDAR, H., & BAYRAKCI, M. (2015). Factors Effecting Students’ Lifelong Learning in Higher Education. International Journal on Lifelong Education and Leadership, 1(1).

Leong, K., Sung, A., Au, D., & Blanchard, C. (2020). A review of the trend of microlearning.         
Journal of Work-Applied Management, 13(1), 88–102. https://doi.org/10.1108/jwam-10-2020-0044

Sabrià-Bernadó, B., LLinàs-Audet, X., & Isus, S. (2017). Determinants of user demand for 
lifelong learning in institutions of higher education. International Journal of Training 
and Development
, 21(2), 145–166.https://doi.org/10.1111/ijtd.12101

UNESCO-IBE. (2016). Lifelong learning. International Bureau of Education. (Online)
http://www.ibe.unesco.org/en/glossary-curriculum-terminology/l/lifelong-learning. 
5 December 2021

World Economic Forum. (2020). (Online) https://www3.weforum.org/docs/WEFFutureofJobs_2020.pdf 5 December 2021

Related Articles

TDRI | เปิดโรงเรียนอย่างไร ช่วยเด็กไทยรับศึกสองด้าน

เป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้นักเรียนหลายล้านคนไม่ได้ไปโรงเรียน ในระหว่างนี้ งานวิจัยจำนวนมากเริ่มชี้ให้เห็นโทษของการปิดเรียนเป็นเวลานาน ทั้งในแง่การเรียนรู้ อารมณ์จิตใจและโอกาสในอนาคต เด็กเล็กเป็นกลุ่มที่ได้ผลกระทบอย่างมาก โดยแต่ละวันที่เด็กวัยอนุบาลที่ไม่ได้ไปโรงเรียน พวกเขาสูญเสียการเรียนรู้ถึง 98% เมื่อเทียบกับวันที่เขาได้ไปโรงเรียนตามปกติ

2022 Market Outlook: More Upside For Stocks, Economic Growth To Rebound

After two years of uncertainty and lockdowns that resulted in the largest drop in global GDP history, the 2022 outlook is looking brighter. As pandemic volatility continues to fade, J.P. Morgan Global Research forecasts are upbeat, with expectations of further equity market upside and above-potential growth. Earnings growth also looks better than expected, supply shocks are easing, the China and Emerging Market (EM) backdrop is set to improve and consumer spending habits should continue to normalize.

Responses

Your email address will not be published.

  1. Im very happy to find this website. I wanted to thank you for your time due to this fantastic read!! I definitely savored every part of it and i also have you book-marked to look at new stuff on your website.